เมื่อ ‘โซลชา’ ทำเกินหน้าที่ตัวเอง


สิ่งใดที่เกินคาด?

ในตอนนี้ สถานการณ์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ยังห่างไกลจากความยอดเยี่ยมอยู่มาก แต่มันก็ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว หากเทียบกับความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ซึ่ง เซบ สแตฟฟอร์ด-บลอร์ จะมาอธิบายว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น


สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ดูเหมือนตอนนี้ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี หรืออย่างน้อย เรื่องแย่ๆ มันก็กำลังหายไป เพราะในเดือนสุดท้ายที่โจเซ่ มูรินโญ่ ทำงานให้กับทัพปีศาจแดง ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมเปิดเผยเรื่องราวในทีมเลย และก็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นั่น

และไม่ว่าตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่มันก็ทำให้ฟอร์มการเล่นของทีมตกลงอย่างน่าใจหาย และนักเตะในทีมก็ดูจะไม่มีความสุขเอาซะเลย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องร้ายๆ กำลังหายไปจากทีมแล้ว และบรรยากาศในทีมก็กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็เป็นผลมาจากการมาของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา และกุนซือชาวนอร์เวย์เองก็ปรารถนาให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว เขาพาทีมชนะคาร์ดิฟฟ์, ฮัดเดอร์สฟิลด์, บอร์นมัธ และนิวคาสเซิล ได้อย่างสวยหรู และยังช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปเล่นรอบ 4 ของเอฟเอ คัพ ได้แบบไม่ยากเย็นนัก

แต่ในวันอาทิตย์นี้ มันจะเป็นแบบทดสอบในอีกระดับของทัพปีศาจแดง เมื่อพวกเขาต้องบุกไปเยือนสเปอร์สที่เวมบลีย์ ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ด เอง ก็คงต้องการชัยชนะ เพื่อเป็นการคืนสภาพทีมให้กลับมาเป็นหนึ่งในทีมที่น่าเกรงขามอีกครั้ง

โอเล่ VS พอช

โซลชาจะได้ลงสนามเจอกับกุนซือที่ว่ากันว่าจะมาแทนที่ตำแหน่งของเขาหลังจบฤดูกาล และเอ็ด วูดเวิร์ด ก็คงไม่พลาดที่จะไปชมเกมที่เวมบลีย์แน่

ไม่ว่าโปเช็ตติโน่จะอยู่สเปอร์ส ต่อ หรือจะย้ายไปอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในอนาคต แต่เขาก็ยังคงรู้ดีถึงความสำคัญในเกมนี้ และโซลชาเองก็ด้วย และการแข่งขันในนัดนี้นัดเดียวก็คงไม่มีผลในระยะยาวต่อทั้งคู่แน่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเกม ในเกม และหลังเกม ก็คงจะทำให้มันมีส่วนต่อกุนซือทั้งสองอยู่บ้าง

แต่ในตอนนี้บรรยากาศในทีมก็กำลังเป็นไปได้ด้วยดีไม่ใช่หรือ? โซลชาถูกแต่งตั้งเข้ามา และเขาก็ช่วยสะท้อนอารมณ์ความเป็นแมนฯ ยูไนเต็ด ออกมา ความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างโมลด์กับทัพปีศาจแดงนั้น ทำให้การยืมตัวกุนซือมาใช้งานเป็นไปอย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวของเขา ก็มีผลมาจากสถานการณ์ทำงาน และความสามารถของตัวเองด้วย

ขณะที่มูรินโญ่กำลังวุ่นวายอยู่กับมรดกตกทอดที่ตัวเองได้รับมาจากทีมชุดก่อน โลกก็อาจจะลืมชื่อของโซลชาแล้ว แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้เล่นที่ทำประตูชัยในเกมชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่คัมป์ นู เมื่อปี 1999 หรือในฐานะกองหน้าซูเปอร์ซับของทัพปีศาจแดงนะ แต่ถูกลืมในฐานะเฮดโค้ชทีมฟุตบอลต่างหาก ความยุ่งเหยิงในสมัยที่เจ้าตัวทำทีมคาร์ดิฟฟ์ก็พอจะบอกได้ว่าความสามารถเขายังไม่ดีนักในตอนนั้น จนต้องกลับไปโมลด์อีกครั้ง แม้จะตกเป็นข่าว ว่าอาจกลับมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอยู่เป็นระยะๆ

รู้สถานะตัวเองดี

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะไม่ได้พิจารณาด้วยหลักการหรือประเมินจากผลงานมากนัก ในการเลือกโซลชาเข้ามาทำหน้าที่ ต่เขาก็เป็นคนที่แฟนบอลท้องถิ่นรักใคร่ และได้ความเคารพนับถือจากบรรดานักเตะในทีมด้วย แม้สุดท้าย เขาอาจจะต้องอำลาทีมในเดือนพฤษภาคมก็ตาม

แน่นอนว่าเขาอยากจะอยู่ในตำแหน่งนี้เป็นการถาวร โซลชาทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาอยู่ในเส้นทางที่เหมาะสม แต่เจ้าตัวเองก็รู้ดี ว่ายังไม่ควรจะไปพูดเรื่องการเข้ามาเป็นกุนซือถาวรของที่นี่ กับบรรดาผู้บริหารที่กำลังวางแผนเรื่องกุนซือคนต่อไปของทีมมากนัก

แต่ในมุมมองของโซลชาตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงในทีมดูเหมือนจะเริ่มขึ้นแล้ว เจ้าตัวเคยออกมาบอกว่าตัวเองนั้นมีโอกาสที่จะมารับงานกุนซือที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาก่อนหน้านี้แล้ว และในที่สุด อดีตดาวยิงซูเปอร์ซัพของทีมก็ได้มารับงานที่นี่จริงๆ พร้อมกับการได้ยินแฟนๆ ในโรงละครแห่งความฝัน ร้องเพลงที่มีชื่อของตัวเอง และได้ทำงานร่วมกับกลุ่มนักเตะที่ดีที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมันก็ไม่น่าประหลาดใจเลย อย่างไรก็ตาม เจ้าของฉายา ‘เพชฌฆาตหน้าทารก’ ก็ยังไม่กล้าตอบยังเต็มปากเต็มคำว่า ต้องการจะฝากอนาคตในระยะยาวไว้ที่นี่ แม้ลึกๆ แล้ว เขาจะอยากได้ตำแหน่งกุนซือถาวรกับทีมมากเหลือเกิน

มันคงจะดีกว่านี้แน่ หากการมาของโซลชา ไม่ได้เป็นการมาเพื่อจัดการความวุ่นวายในทีม แต่เป็นการมาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ทีม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โซลชาก็ได้รับการสนับสนุนพอสมควร ทั้งจากแฟนบอลและผู้อยู่เบื้องหลัง และการมาที่นี่ของเขาก็เป็นมากกว่ารวมใจลูกทีมให้เป็นหนึ่งเดียวได้ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เราเห็นในตอนนี้อาจเป็นเพียงภาพลวงตาได้

เวลาจะให้คำตอบ

ในปัจจุบัน โซลชาก็ประสบความสำเร็จไปอย่างหนึ่งแล้วในตอนนี้ คือการไม่ทำทีมแบบมูรินโญ่ ตลอด 2 ปีครึ่งที่กุนซือโปรตุกีสเป็นนายใหญ่ของพลพรรคเรด เดวิลส์ ทีมก็มักจะถูกแฟนบอลของคู่แข่งกล่าวหยอกล้อหรือแซวอยู่เสมอ จากการเล่นที่ไร้ชีวิตชีวา และการที่อดีตกุนซือเชลซีถูกปลดออดจาตำแหน่ง ก็ทำให้ทีมสามารถแสดงให้เห็นถึงฟุตบอลที่สนุกสนานอีกครั้ง

มันเป็นสถานการณ์ที่ยากจะเข้าใจในตอนนี้ แม้ตอนนี้ โซลชาอาจจะเป็นคนที่รับรู้สาเหตุของเรื่องแย่ๆ ที่เกิดในแคร์ริงตัน และแก้ไขมันได้อย่างรวดเร็ว นั้นมันก็เป็นไปไม่ได้เลย ที่โซลชาจะเป็นคนๆ เดียว ที่ทำให้สถานการณ์ของทีมดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้

ในช่วงเวลานี้ มันอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากนัก เพราะในตอนนี้ ทัพปีศาจแดงก็ทำผลงานได้ดีกว่าเดิม พวกเขาสามารถทำประตูได้ และมีรูปแบบการเล่นที่เป็นไปตามความต้องการของแฟนบอล แต่การแข่งขันมันยังอีกยาวไกล และเราก็จะได้เห็นผลกระทบที่มาพร้อมกับการเข้ามาของโซลชามากขึ้น และมันจะเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้นของสโมสร ที่จะตัดสินว่าทีมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริงหรือไม่

ในจุดที่ผ่านมา เราต้องยกเครดิตให้กับโซลชาจริงๆ ที่ช่วยให้ทีมทำผลงานดีขึ้น และมีการเล่นที่ถูกใจแฟนบอลส่วนใหญ่ แต่ในตอนนี้ มันก็ยังไม่ใช่จุดเดียวที่จะมาตัดสินว่าเขาควรได้งานเต็มเวลาหรือไม่ แต่ในทางกลับกัน มันมีเหตุผลอะไรบ้างล่ะ ที่ทำให้เขาไม่สมควรได้รับตำแหน่งเป็นการถาวร

มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับเอ็ด วูดเวิร์ด เพราะบางที ผลงานของโซลชาอาจจะเกิดจากบรรดาทีมงานและนักเตะที่มีความยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และแค่การเข้ามาทำให้ทีมกลับมาสู่สภาพปกติก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอที่จะได้รับงานเป็นการถาวร บางที แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะมองเรื่องราวของโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กับเชลซี เป็นกรณีศึกษาก็ได้

ในตอนนั้น โรมัน อับราโมวิช ก็ต้องการคนที่เหมาะสมมารับงานต่อจากอังเดร วิลลาส-โบอาส แต่เขาก็ต้องยอมแพ้ต่อเสียงเรียกร้องของแฟนบอล อย่างไรก็ตาม ผลงานที่สุดยอดของเชลซีในช่วงที่ดิ มัตเตโอ คุมทีม นั้นเหมือนจะมาจากแรงกระตุ้นของบรรดานักเตะซีเนียร์ในทีมเองมากกว่า เพราะหลังจากพาทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2012 เชลซีก็ผลงานแย่ลงอีกครั้ง จนทีมตกรอบแบ่งกลุ่มของแชมเปี้ยนส์ ลีก และกุนซือผู้เคยเป็นอดีตนักเตะของทีม ก็ถูกปลดออกจาตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน 2012 และสโมสรก็ต้องนำราฟา เบนิเตซ มาแทนที่เขา และตอนนี้ ดิ มัตเตโอ ก็กลายเป็นกุนซือที่ถูกลืมไปแล้ว

ไม่สามารถการันตีได้

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาจจะไปไม่ถึงในจุดเดียวกับที่เชลซีของดิ มัตเตโอไปถึงหรอก เพราะคู่แข่งในรอบต่อไปของพวกเขา คือทีมมหาเศรษฐีอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เอ็ด วูดเวิร์ด นั้นรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังทำงานอยู่กับหนึ่งในอดีตนักเตะที่แฟนบอลรักใคร่เป็นอย่างมาก และเขาก็เป็นนักเตะผู้ทำประตูชัยในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 1999 ด้วย ฉะนั้นแล้ว แฟนๆ ย่อมต้องยกย่องโซลชามากๆ ซึ่งมันอาจจะหลอกให้เขามั่นใจในสิ่งที่เป็นในตอนนี้ของทีม ตามเสียงเรียกร้องของแฟนบอลได้

อย่างไรก็ตาม มันไม่มีการแต่งตั้งกุนซือคนไหนหรอก ที่จะมาพร้อมกับผลลัพธ์ที่แน่นอน ต่อให้วูดเวิร์ดจะได้โปเช็ตติโน่ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับสเปอร์ส หรือจะเป็นซีดาน ที่พาเรอัล มาดริด ครองจ้าวยุโรป 3 สมัย มารับงานกุนซือของทีมก็ตาม นอกจากนี้ ทั้งสองคนอาจจะต้องการการสร้างทีมใหม่ตามความต้องการของเขา และอาจจะทำให้วูดเวิร์ดมีปัญหาโต้เถียงกับพวกเขาได้ และหากโซลชายังสามารถทำให้ทีมมีผลงานที่ดีไปจนจบฤดูกาลได้ แล้วคนที่มารับงานต่อจากเขา จะต้องมีความอดทนต่อความกดดันมากขนาดไหนกัน หากไม่สามารถทำผลงานได้ดีในระดับที่อดีตกองหน้าปีศาจแดงทำไว้ได้

สำหรับแฟนบอลของทุกๆ สโมสร การกลับมารับงานกุนซือของทีมจากบรรดาตำนานของสโมสรนั้นมีผลในการช่วยเปลี่ยนแปลงทีมสูงมาก แต่มันก็มีความอันตรายอยู่เหมือนกัน และในกรณีนี้ โซลชาอาจจะช่วยให้สภาพจิตใจนักเตะดีขึ้น ด้วยการคว้าชัยชนะทุกเกมตั้งแต่เข้ามารับงาน ตอนนี้แฟนบอลหลายคนจึงมองโซลชาเป็นเฮดโค้ชในอุดมคติของทีม และการที่จะให้เขาออกจากตำแหน่ง ก็เริ่มเป็นเรื่องที่ยากขึ้น

วูดเวิร์ดอาจจะต้องการกำลังใจหรือการสนับสนุนมากทีเดียว หากจะเปลี่ยนกุนซืออีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการมากมายนักหรอก เพราะผลงานทีมกำลังไปในทิศทางที่ดีทีเดียว


Powered by UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *